วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Honey Whole Wheat Bread สูตรอาหารคลีน

Honey Whole Wheat Bread


วันนี้เรามาทำขนมปังฮันนี่โฮลวีท ปราศจากไขมันนม เนย ไข่ แต่ยังคงความนุ่ม รสชาติอร่อย หอมน้ำผึ้งอ่อนๆ เรามาดูวิธีทำกันเลยจ้า

ก่อนอื่นเราจะมาทำแป้งเปียกกันก่อน (Thangzong Method)
ส่วนผสมแป้งเปียก
1. แป้งขนมปัง 35 g
2. น้ำเปล่า 120 กรัม
วิธีทำ
ผสมทั้ง 2 อย่าง คนให้เข้ากัน และนำไปเคี่ยวด้วยไฟปานกลาง ขั้นตอนนี้ใช้เวลาแป๋บเดียว ควรคนแป้งตลอดเวลา จนแป้งเริ่มข้นเหนียว สังเกตุว่าแป้งจะเป็นรอยคนเป็นเส้นๆ เป็นอันใช้ได้ และนำมาพักทิ้งไว้ให้อยู่ในอุณหภูมิปกติ ถึงจะนำมาใช้ได้

ขั้นตอนถัดมาเราจะมาทำขนมปังฮันนี่โฮลวีทกัน โดยมีส่วนผสมดังนี้
ส่วนผสมแห้ง
1. แป้งโฮลวีท 250 กรัม
2. แป้งขนมปัง 165 กรัม
3. ยีสแห้งสำเร็จรูปชนิดหวาน 10 กรัม (Instant Yeast)
4.เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสมเปียก
1. แป้งเปียกทั้งหมด
2. น้ำเปล่า 100 กรัม
3. น้ำผึ้ง 55 กรัม
4. น้ำมันทานตะวัน หรือ น้ำมันคาโนล่า 55 กรัม

อุปกรณ์
1. เครื่องตีแป้ง
2. พิมพ์โลฟขนาด 12X12 หรือ 10x10 นิ้ว
3. ภาชนะพักแป้ง
4.Wrap ห่ออาหาร หรือ ผ้าขาวบ้าง

วิธีทำ
1. นำส่วนผสมแห้งผสมรวมกันให้เข้ากัน
2. นำส่วนผสมเปียกผสมรวมกัน และนำไปผสมในส่วนผสมแห้ง และคนให้พอเข้ากัน จากนั้นนำไปตีด้วยเครื่องนวด
3. ตีด้วยเครื่องนวดสปีดกลาง จนกว่าแป้งโดว์จะเนียน
4. นำโดว์มาพักไว้ลงภาชนะที่ทาเนยไว้แล้ว พักทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือ จนกว่าโดว์จะขยายตัวขึ้นเป็น 2 เท่า
5. เมื่อโดว์ขึ้นเป็น 2 เท่า ให้นวดไล่ลมออก และตัดแบ่งโดว์ออกเป็น 4 ส่วน (น้ำหนักแป้งที่ได้มาทั้งหมด 817 กรัม )
6. นำโดว์มาปั้นเป็นก้อนกลมๆ และวางลงในพิมพ์ที่ทาเนยไว้แล้ว รอโดว์ขึ้นประมาณ 2/3 ของพิมพ์ หรือ 2 เท่า และนำเข้าอบไฟล่าง 180C ประมาณ 35 นาที

TIP: ในการตีแป้ง หากตีไปประมาณ 20 นาทีแล้ว แป้งยังเปียกเหลว ให้เติมแป้งขนมปังเล็กน้อย

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พายแอปเปิ้ลดอกกุหลาบ Apple Rose Pie

             

เนื่องจากคุณแม่อยากทานพาย ประจวบเหมาะกับวันนี้เป็นวันแม่ ก็นึกๆว่าจะทำพายอะไรให้ท่านดี ให้ดูเป็นพิเศษหน่อย เลยไปเจอสูตรของคุณ Manuela ที่ได้ทำ Apple Rose Pie เป็นอะไรที่สวยงามมาก เลยรีบไปหาซื้อวัตถุดิบ ลงมือทำทันที แต่มีส่วนที่ปรับสูตรนิดเดียวคือขั้นตอนการหมักแอปเปิ้ล ซึ่งติ๊กเอาไปเคี่ยวกับคาราเมลแทน เพื่อความเข้มข้นของแอปเปิ้ลค่ะ

สูตร Apple Rose Pie (พายแอปเปิ้ลดอกกุหลาบ)
1. แป้งพายสำเร็จรูป 1 แผ่น (10x10 นิ้ว)
2. แอปเปิ้ล 2 ลูก (นำมาผ่าครึ่งควานเมล็ดออก และหั่นบางๆ)
3. มะนาว 2 ลูก (คั้นน้ำให้เรียบร้อย)
4. น้ำเปล่าประมาณ 2 ถ้วย (นำมาแช่แอปเปิ้ล)
5. แยมแอปปริคอท 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ (นำมาผสมแยมแอปริคอท)
7. น้ำตาล 1/2 ถ้วย
8. เนยสด 20 กรัม

วิธีทำ
1. นำน้ำมะนาวผสมกับน้ำเปล่า และนำแอปเปิ้ลที่หั่นไว้แล้วลงไปแช่ทิ้งไว้
2. ทำคาราเมล โดยใส่น้ำตาลลงในกระทะตั้งไฟปานกลาง จนน้ำตาลเริ่มละลาย ใส่เนย ใส่แอปเปิ้ล ผัดให้เข้ากัน จนเนื้อแอปเปิ้ลอ่อนนิ่มพอที่จะม้วนกุหลาบ ก็ปิดเตา
3. นำแป้งพายสำเร็จรูปมาแบ่ง เราทำได้ 5 ดอก เนื่องจากแป้งพายเราขนาด 10x10 นิ้ว เราแบ่งเป็น 5 แผ่น ขนาด 2x10 นิ้ว
4. นำแยมแอปปริคอทกับน้ำเปล่าผสมกัน ไปเวฟให้เดือด นำมาทาแป้งพายให้ทั่ว
5. วางแอปเปิ้ลบนพาย โดยให้แอปเปิ้ลโผล่จากพายมานิดนึง เรียงซ้อนทับกันครึ่งหนึ่งของแอปเปิ้ลอีกชิ้น
6. พับแป้งพายขึ้นมา และม้วน ระวังแอปเปิ้ลจะปลิ้นออก จับดีๆจ้า
7. นำใส่พิมพ์ เราใช้พิมพ์จีบอลูมิเนียม (ทาเนยและโรยแป้งให้ทั่วพิมพ์ก่อนนะ)
8. นำไปอบไฟล่าง 190C เวลา 40 นาที

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ขนมปังปิ้งเสียบไม้

ขนมปังปิ้งเสียบไม้

     
     
        เมนูขนมปังปิ้งเสียบไม้ เป็นเมนูทำง่าย ไม่มีความซับซ้อน ใครๆก็ทำได้โดยไม่ต้องมีสูตร เพียงแต่เราอยากจะทำขนมปังปิ้งหน้าอะไร ก็เลือกมาตามใจ และเสิร์ฟด้วยการเสียบไม้ลูกชิ้น ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการรับประทาน และสร้างความน่าสนใจให้กับขนมปังปิ้งที่แตกต่างจากการเสิร์ฟในจานแบบเดิมๆ
        ในคลิปนี้เป็นการบอกขั้นตอนการทำขนมปังปิ้งเสียบไม้ ในแบบฉบับของติ๊ก โดยมีวัตถุดิบคือ
1. ขนมปังปอนด์ที่ยังไม่ได้สไลด์
2. เนยสด

        ส่วนท้อปปิ้งในการทำขนมปังปิ้งเสียบไม้ ติ๊กได้ใช้ เชดด้าชีส, เบคอน, อัลมอนด์สติ๊ก, ช็อคโกแล็ตกานาซ, น้ำผึ้ง ก็ได้ขนมปังปิ้งถึง 4 หน้าด้วยกัน อร่อยถูกใจคนที่บ้าน เสิร์ฟปุ๊บ หมดปั๊บทันที
        จริงๆ แล้วไอเดียขนมปังปิ้งเสียบไม้ ก็ไม่ได้เป็นเมนูที่แปลกใหม่อะไรมาก เพราะเราจะเห็นว่ามีร้านขายขนมปังบางร้านก็ขายแบบเสียบไม้ เพียงแต่มิสแอนด์มิสซิสบราวน์ หยิบมาทำแล้วจัดท้อปปิ้งตามใจตัวเอง ซึ่งตามร้านขายขนมปังปิ้งเสียบไม้ ไม่นิยมเสิร์ฟท้อปปิ้งแบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะขายเป็น เนยน้ำตาล เนยนม เนยน้ำผึ้ง สังขยา ช็อคโกแล็ตซอส มากกว่า


ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต เนื้อนุ่มแน่น อร่อยเข้มข้นไปด้วยกล้วย และได้ความหอมมันจากโยเกิร์ต

เค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต (Yogurt Banana Muffin)



อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1. โถผสมอาหาร 2 โถ แบ่งเป็นโถผสมของแห้ง และ โถผสมของเปียก
2. ไม้พายสำหรับผสมและปาดโถ 1 อัน
3. กระทงจีบไซส์ 4218 กับพิมพ์อลูมิเนียม หรือ ถ้วยปาเนตไซส์เล็ก
4. ที่ตักไอศครีม หรือ ช้อนตวงตักส่วนผสมลงพิมพ์

ส่วนผสมเค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต แบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนผสมแห้ง
1. แป้งเค้ก 180 กรัม
2. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
3. เบกกิ้งโซดา 3/4 ช้อนชา
4. เกลือ 1/4 ช้อนชา
5. น้ำตาลป่น 120 กรัม
6. น้ำตาลทรายแดง 30 กรัม

ส่วนผสมน้ำ
1. ไข่ไก่(เบอร์ 0) 2 ฟอง
2. กรีกโยเกิร์ต 250 กรัม
3. กล้วยหอมสุกงอมบดละเอียด 300 กรัม
4. วนิลลาสกัด 1 ช้อนชา
5. เนยละลาย 40 กรัม
6. น้ำมันพืช 80 กรัม

ขั้นตอนและวิธีการทำเค้กกล้วยหอม
1. นำไข่ไก่ กับ วนิลลาสกัด มาตีให้เข้ากัน เหมือนทำไข่เจียว และเทลงในโถผสม
2. ใส่ส่วนผสมน้ำทั้งหมด กรีกโยเกิร์ต, กล้วยหอมบด, เนยละลาย และน้ำมัน ในโถผสมไข่ คนให้เข้ากันดี
3. เตรียมส่วนผสมแห้ง เริ่มจากร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา เกลือ น้ำตาล และคนให้เข้ากัน
4. นำส่วนผสมแห้งมาเทลงส่วนผสมน้ำ และผสมให้เข้ากันดี แล้วตักแบ่งลงพิมพ์
5. นำเค้กกล้วยหอม เข้าอบอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10-12 นาที หรือ จนกว่าหน้าขนมจะปูดนูนเซ็ตได้อยู่ตัว ค่อยปรับลดเหลือ 180 องศาเซลเซียส อบต่อประมาณไม่เกิน 10 นาที หรือหน้าขนมสีเหลืองสวย ก็ใช้ได้แล้ว ค่อยนำออกจากเตา

ลักษณะเค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต
เนื้อเค้กที่ได้จะเนื้อแน่น แต่นิ่ม หากใครชอบแบบฟูนิ่มมาก ควรใช้สูตรตีไข่ให้ขึ้นเป็นครีมนวล แต่เค้กที่ได้เมื่ออบสุกแล้วจะมีโอกาสยุบตัว หน้าไม่ปูด

การอบเค้กกล้วยหอมให้หน้าปูดสวยงาม ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้
1. สูตรเค้ก ควรเป็นสูตรมัฟฟิน ไม่ต้องตีไข่ หรือ ตีเนยให้ขึ้นฟู
2. พิมพ์ที่ใช้อบ ควรเป็นพิมพ์ที่มีลักษณะเป็นถ้วยที่ชันตรง ไม่ควรให้ปากพิมพ์บานอ้าออก เพราะอบออกมาหน้าเค้กจะบานไปด้านข้าง ไม่ดันตัวให้ขึ้นปูดอย่างที่ควรจะเป็น
3. อุณหภูมิในการใช้อบ ควรใช้ไฟแรง 200C อบจนกว่าหน้าเค้กจะปูด และเริ่มสร้างเปลือกที่ผิวเค้กด้านบน ค่อยปรับไฟลงเหลือ 180C
4. เค้กกล้วยหอมสุกเร็ว ใช้เวลาโดยรวมในการอบไม่เกิน 20 นาที อย่าอบนานเกินเนื้อเค้กที่ได้จะแห้งไป

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เต้าหู้เย็น สูตรนมถั่วเหลือง แจกสูตรและวิธีทำ

เต้าหู้เย็น

ในเวลานี้ของว่างที่กำลังอินเทรนด์ และฮิตสุดๆ คงต้องยกให้กับเมนูเต้าหู้เย็น
วันนี้ติ๊กเสนอวิธีการทำเต้าหู้เย็น สูตรนมถั่วเหลือง รสชาติดั้งเดิม มาดูสูตรและวิธีการทำกันเลยนะคะ (สูตรนี้เนื้อเต้าหู้จะเด้งนิ่ม)


เต้าหู้เย็น (สูตรนมถั่วเหลือง) หวานน้อย
ส่วนผสม
1. นมถั่วเหลือง 100% ชนิดจืด 1.5 ถ้วย
2. นมสด 1 ถ้วย
3. น้ำตาลอ้อย 1.5 ช้อนโต๊ะ
4. คอร์นไซรัป 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่ ให้ไปเพิ่มน้ำตาลอีก 1 ช้อนโต๊ะ หรือจะเปลี่ยนเป็นนมข้นหวานก็ได้จ๊ะ)
5. ผงวุ้น 1 ช้อนชา หรือถ้าชอบแบบนิ่มๆ ก็เหลือ 3/4 ช้อนชา
6. ผงเจลาติน 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. นำผงเจลาตินไปแช่น้ำเย็นพักทิ้งไว้ให้เจลาตินดูดน้ำจนอิ่มตัว แล้วนำไปเวฟอุณหภูมิสูงสุดสัก 10 วินาที เพื่อให้เจลาตินละลาย แล้วนำมาพักทิ้งไว้
2. นำนมถั่วเหลือง นมสด น้ำตาล ไซรัป ผงวุ้น เทผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำไปตุ๋น หรือ ต้ม หากนำไปตุ๋นจะใช้เวลานาน แต่ไม่ต้องระวังเรื่องน้ำเต้าหู้จะไหม้ อุณหภูมิในการตุ๋นต้องได้ในระดับ 90C เพื่อให้ผงวุ้นละลาย หากนำไปต้มควรใช้ไฟกลางและต้องคนตลอดเวลาจนกว่าน้ำร้อนจัด หรือใกล้เดือด ให้นำทัพพีมาลองตักดูว่ามีผงวุ้นติดมามั้ย ถ้าไม่มีแปลว่าผงวุ้นละลายหมด ให้ยกลงจากเตา ไม่จำเป็นต้องต้มให้เดือด เดี๋ยวไขมันในนมจะแยกชั้น
3. นำเจลาตินที่ละลายแล้วใส่ในส่วนผสมคนให้เข้ากัน
4. นำผ้าขาวบางวางทบกันสัก 3-4 ชั้น วางบนลงกระชอน แล้วนำน้ำเต้าหู้มากรองผ่านกระชอน
5. จากนั้นตักน้ำเต้าหู้ใส่พิมพ์ที่เราต้องการ พักทิ้งไว้ให้เย็น แล้วค่อยห่อแร็พเก็บใส่ตู้เย็น
6. สำหรับคนที่อยากตกแต่งเต้าหู้เย็นในแบบที่กำลังฮิต ให้ใช้พิมพ์เป็นชามกลมๆ ใส่ประมาณครึ่ง หรือ ค่อนชาม (แต่ส่วนตัวคิดว่าหาพิมพ์ที่พอดีกันน่าจะดีกว่า เพราะถ้าใช้ชามก้นลึกเหมือนของเราในคลิป เราหยอดเต้าหู้แค่ครึ่ง เวลาแกะออกจากพิมพ์เสี่ยงต่อการพังสูง เพราะทำพังไปแล้ว 1 ก้อนอ่ะจ๊ะ ถ้าได้ชามแบบพอดีก็น่าจะลดความเสี่ยงในขั้นตอนนี้นะ)
7. การนำเต้าหู้เย็นออกจากพิมพ์ ให้ใช้นิ้วกดขอบๆ เต้าหู้ จนเต้าหู้หลุดจากพิมพ์ และให้นำจาน หรือ ภาชนะที่แบนราบ มาครอบบนชาม และพลิกด้านขึ้นมา ขั้นตอนนี้ควรเบามือเพราะเต้าหู้สูตรนี้จะนิ่ม อาจเละแตกได้ง่าย
8. ขั้นตอนสุดท้าย สำคัญสุดๆ คือ การบั้ง ซึ่งจะมี 2 วิธี
    วิธีแรก ถ้าเรามีเกร็ดนำแข็งมารองใต้เต้าหู้ให้นูนตรงกลาง สามารถบั้งโดยการกรีดเป็นเส้นตรงยาว เต้าหู้จะแบะออกมาเอง กรีดเพียงสามเส้นขนานกันก็พอจ้า
    วิธีสอง แต่หากเราไม่มีอะไรรองเลย วางเต้าหู้กับจาน อาจต้องใช้เทคนิคการกรีดเป็นตัววี เหมือนที่เขาแชร์กัน ซึ่งติ๊กก็ต้องกรีดแบบนี้เหมือนกัน

    เต้าหู้เราจะสวยมากสวยน้อยก็ตรงที่กรีดและตกแต่งนี้แหละจ้า แต่ติ๊กไม่ค่อยจะถนัดเลย ผลงานออกมาอย่างถูไถ โชคดีที่เต้าหู้ไม่พัง หวังว่าคลิปนี้เพื่อนๆที่เข้ามาชมจะชอบกัน ลองทำดูนะคะ ว่าจะอร่อยถูกใจกันมั้ย ปรับสูตรน้ำตาลตามความหวานของแต่ละบุคคลนะ ย้ำว่าสูตรนี้หวานน้อย เหมาะสำหรับทานคู่กับท้อปปิ้งพวกช็อคโกแล็ต หรือผลไม้ที่หวานจัด และถ้าใครชอบให้เต้าหู้นิ่มๆ ก็ลดผงวุ้นเหลือ 3/4 ช้อนชาได้ แต่ไม่ควรน้อยกว่านี้แล้วนะ

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บราวนี่สูตรอร่อย ชุ่มฉ่ำด้วยช็อคโกแล็ต เนื้อหนึบหนับเมื่อนำเข้าตู้เย็น



Fudge Brownies

บราวนี่ เป็นขนมที่หาทานได้ไม่ยาก ตามร้านเบเกอรี่ทั่วไปต้องมีเมนูนี้วางขาย แต่ว่าจะมีสักกี่ร้านกันที่จะถูกใจ หลายครั้งที่ติ๊กไปตระเวณซื้อบราวนี่มาชิม ก็รู้สึกรสชาติมันไม่ใช่ บางร้านบราวนี่ก็ไม่มีความเข้มข้นของช็อคโกแล๊ต ไม่หอมเนย เนื้อบราวนี่ร่วน เพราะใส่แป้งเยอะเกิน บางทีก็หวานจัด จึงทำให้ติ๊กเข้าครัวอบบราวนี่เองดีกว่า

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1. โถผสมอาหาร 1 โถ
2. หม้อสำหรับต้มน้ำ 1 หม้อ
3. ตะกร้อมือ 1 อัน
4. ไม้พายสำหรับปาดโถ 1 อัน
5. ถาดอบขนาด 8x8 นิ้ว
6. กระดาษไขรองอบ

ส่วนผสม
1. เนย 120 กรัม
2. ดาร์คช็อคโกแล็ต 58% 150 กรัม
3. ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาล 100 กรัม
5. ไข่ไก่(เบอร์ 0) 2 ฟอง
6. วนิลลาสกัด 2 ช้อนชา
7. แป้งอเนกประสงค์ 65 กรัม
8. ดาร์คช็อคชิพ 80 กรัม

ขั้นตอนและวิธีการทำบราวนี่
1. นำกระดาษไขมารองถาดให้เรียบร้อยก่อน
2. เปิดเตาอบ เพื่อวอร์มเตาเอาไว้เลยที่อุณหภูมิ 180C ไฟบน-ล่าง
3. ตั้งหม้อต้มน้ำให้ร้อน จนมีไอน้ำระเหยขึ้นมา แล้วนำโถผสมอาหารตั้งบนหม้อต้ม โถจะต้องไม่สัมผัสกับน้ำโดยตรง
4. ใส่ช็อคโกแล็ต เนยสด ผงโกโก้ ลงในโถผสม ใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมไปเรื่อยๆ จนกว่าส่วนผสมจะละลายหมด และเข้ากันดี จากนั้นให้ปิดเตา เพื่อลดอุณหภูมิลง
5. ใส่น้ำตาลลงไปในโถผสม คนจนน้ำตาลละลาย และยกโถลงจากหม้อไอน้ำ
6. ตีไข่ไก่เหมือนเราทำไข่เจียว และค่อยๆเทลงในโถผสม ระหว่างเทไข่ ให้เราตีส่วนผสมให้เร็ว ตีจนส่วนผสมเข้ากันดี เนื้อส่วนผสมจะข้นหนืดขึ้น
7. ใส่วนิลลาสกัด และคนให้เข้ากัน
8. ร่อนแป้ง และค่อยๆ ตะล่อมแป้งให้เข้ากัน จนไม่เหลือเม็ดแป้งจับตัวเป็นก้อน และใส่ช็อคชิพ
9. เทส่วนผสมลงบนพิมพ์ 8x8 นิ้ว แล้วนำเข้าเตาอบ 20 นาที

เมื่ออบเสร็จแล้วควรพักบราวนี่ไว้ให้เย็นลงก่อน อย่างน้อย 1 ชั่วโมง แล้วค่อยนำมาตัดเสิร์ฟ
เนื้อบราวนี่ที่ได้ จะแน่นฉ่ำด้วยช็อคโกแล็ต ถ้านำไปใส่ตู้เย็นทานตอนเย็นๆ เนื้อบราวนี่จะหนึบมาก

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

Preserved Pineapple

สับปะรดกวน          ด้วยที่ติ๊กอยากจะทำพายสับปะรด ก็เลยจะทำสับปะรดกวนเองเสียหน่อย เพราะไม่ได้ทำยาก แต่จะเสียเวลามากกว่า ติ๊กใช้เวลาพอคว...