วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สังขยาชาไทย

สังขยาชาไทย       

       สวัสดีทุกคนจ้า จากคราวก่อนติ๊กได้นำเสนอเค้กชาไทยหน้านิ่มไป แม้ว่าหน้าตาจะไม่ได้สวยงามเพอร์เฟ็ค แต่รสชาตินั้นโดนใจติ๊กมาก รวมถึงผู้โชคดีที่ได้รับเลือกได้ชิมเค้ก ก็ล้วนบอกว่าอร่อยเข้มข้นชามาก (ชมกันหมดเลย หรือว่าเขาพูดปลอบใจ เอาใจเรารึป่าวกันน้า) แต่ส่วนตัวติ๊กก็ว่ามันอร่อยนะ
       เอาละค่ะมาเข้าเรื่องเมนูวันนี้ดีกว่าค่ะ ก็ยังคงเป็นวัตถุดิบชานะคะ ก็แหมชาถุงนึงมันเยอะอ่ะค่ะ ก็ต้องหาเมนูทำไปเรื่อยจนกว่าจะหมดอ่ะนะค่ะ นอกจากชาไทยแล้ว ติ๊กยังมีตุนวัตถุดิบชาเขียวด้วยนะค่ะ ยังหาฤกษ์ยามทำไม่ได้เลย ของเต็มตู้รกไปหมด
       เริ่มเวิ่นเว้อไปไกลล่ะ ตัดบทเข้าเรื่องเลยค่ะ วันนี้ติ๊กจะมานำเสนอเมนูสังขยาชาไทยค่า
ก่อนหน้านี้ ติ๊กเคยลงคลิปสังขยาใบเตยไปแล้ว แต่คลิปนั้นเป็นอะไรที่ติ๊กเพิ่งหัดทำคลิปวีดีโอใหม่ๆ นำเสนอคลิปได้งงๆ งวยๆ วันนี้มาแก้ตัวใหม่ค่ะ สูตรนี้เป็นสังขยาที่ใช้แป้งนะคะ จะไม่เลี่ยนแบบสูตรไร้แป้งเหมือนคราวก่อน รับรองค่ะว่าเป็นสังขยาที่ทำได้ง่ายมาก ไม่ต้องใช้วัตถุดิบอะไรเยอะค่ะ



สูตรสังขยาชาไทย

ขั้นตอนที่ 1 ชงชากันก่อน ชงแบบไหนก็ได้นะค่ะ ไม่ต้องตามคลิปก็ได้ ใครมีอุปกรณ์ชงชาก็จัดได้เลยค่ะ พอดีที่บ้านติ๊กไม่มีอุปกรณ์ตัวช่วย ก็ชงแบบตามคลิปอ่ะจ๊ะ
     1. ผงชา 4 ช้อนโต๊ะ ประกอบไปด้วย
          - ผงชาซีลอน (ยี่ห้อช้างทอง) 1.5 ช้อนโต๊ะ
          - ผงชา 555 (ยี่ห้อช้างทอง) 2.5 ช้อนโต๊ะ
     2. น้ำร้อน 200 กรัม (น้ำที่ต้มเดือดค่ะ)
          ***ใครจะเปลี่ยนยี่ห้อ หรือเพิ่มปริมาณชาก็ได้นะคะ ตามที่ตนเองชอบเลย ผงชามีผลต่อความหอมจ้า***

วิธีการชงชา
  1. ใส่ผงชาทั้งหมดลงไปในน้ำร้อน แช่ทิ้งไว้ 4-5 นาที ห้ามเกินนี้
  2. เมื่อครบเวลานำมากรองกากชาออก ด้วยผ้าขาวบางที่ลวกน้ำร้อนแล้ว
ขั้นตอนที่ 2 มาเริ่มทำสังขยาชาไทยกันค่ะ
  1. น้ำชาที่ชงในขั้นตอนที่ 1
  2. ไข่แดง 3 ฟอง
  3. หัวกะทิ 65 กรัม (ถ้าไม่ชอบให้มีกลิ่นกะทิก็เปลี่ยนเป็นนมแทนได้ค่ะ จะเป็นนมข้นจืด นมสด ก็ได้หมดจ้า)
  4. น้ำตาลทราย 65 กรัม
  5. นมสด 250 กรัม
  6. แป้งข้าวโพด 20 กรัม
วิธีทำสังขยาชาไทย
  1. นำนมสดกับแป้งข้าวโพดมาผสมกัน คนให้แป้งละลายให้หมดค่ะ
  2. นำชาที่ชงได้ ใส่น้ำตาล กะทิ ไข่แดง คนให้เข้ากัน และจากนั้นก็เทนมที่ละลายแป้งข้าวโพดเอาไว้
  3. เปิดเตาใช้ไฟปานกลางค่อนไปทางอ่อน คนส่วนผสมไปเรื่อยๆ ติ๊กลืมจับเวลาจำไม่ได้ว่าคนไปกี่นาที ขั้นตอนนี้เราก็คนๆไปจนกว่าส่วนผสมจะข้นเป็นรอยตะกร้อค่ะ
  4. เมื่อสังขยาเริ่มข้นเห็นเป็นรอยตะกร้อ เราก็ลดไฟลงเป็นไฟอ่อนค่ะ ไม่งั้นมันจะเดือดปุดๆ กระเด็นกระจายค่ะ ลดไฟลงและคนต่ออีกสักนิดให้ข้นขึ้นเห็นเป็นรอยอย่างชัดเจน ก็ปิดเตาได้เลย
  5. พักทิ้งไว้ให้คลายร้อน แล้วเสิร์ฟค่ะ ทานคู่กับขนมปังเป็นอะไรที่เข้ากันดีจ้า


ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Preserved Pineapple

สับปะรดกวน          ด้วยที่ติ๊กอยากจะทำพายสับปะรด ก็เลยจะทำสับปะรดกวนเองเสียหน่อย เพราะไม่ได้ทำยาก แต่จะเสียเวลามากกว่า ติ๊กใช้เวลาพอคว...