วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Double Chocolate Soft Butter Cake

     สวัสดีทุกคนค่า กลับมาอีกครั้งกับสูตรเค้กไม่ใส่ผงฟูจ้า จากคราวก่อนติ๊กได้ลงสูตร Cranberry Yogurt Ogura Cake ที่เป็นชิฟฟ่อนไม่ใส่ผงฟูไป มาคราวนี้จึงนำสูตรเค้กช็อคโกแลตไม่ใส่ผงฟูมาฝากกันบ้าง
แต่จะทำสูตรคล้ายคราวก่อนเกรงว่าจะจำเจ ก็เลยเปลี่ยนบ้างไรบ้าง ดัดแปลงสูตรจากของเดิมจนกลายมาเป็น Double Chocolate Soft Butter Cake


 
     สูตรเค้กช็อคนี้ไม่ได้ใช้เพียงแต่ผงโกโก้อย่างเดียวนะคะ  ได้มีใส่ช็อคโกแลตและเนยละลายลงไปด้วย เพื่อให้เค้กมีความหอมฉ่ำ จึงทำให้เนื้อเค้กมีความคล้ายบัตเตอร์ แต่จะนุ่มเบา เนื้อไม่หนักเลยค่ะ ทานได้เพลินๆ

     สำหรับคนที่ชอบเนื้อแบบชิฟฟ่อน ไม่อยากใส่ช็อคโกแลตและเนย ปรับสูตรโดยเพิ่มผงโกโก้อีก 15 กรัม โดยไม่จำเป็นต้องลดแป้งเค้ก ตัดส่วนผสมช็อคโกแลตออกไปไม่ต้องใส่ และเปลี่ยนจากเนยเป็นน้ำมันแทนค่ะ เพียงแค่นี้ก็จะได้เค้ก Chocolate Ogura Cake เนื้อจะเหมือนกับ Cranberry Yogurt Ogura Cake ที่ติ๊กเคยทำไว้ค่ะ

Double Chocolate Soft Butter Cake *พิมพ์สี่เหลี่ยม 8x8 นิ้ว*

ส่วนผสมที่ 1
  1. แป้งเค้ก 40 กรัม
  2. ผงโกโก้ 25 กรัม (ติ๊กใช้ยี่ห้อ Van Houten)
  3. เกลือ 1/4 ช้อนชา
  4. ไข่แดง 4 ฟอง (เบอร์ 2)
  5. ไข่ทั้งฟอง 1 ฟอง (เบอร์ 2)
  6. น้ำตาลทราย 25 กรัม
  7. นมสด 40 กรัม
  8. เนยเค็ม 50 กรัม
  9. ดาร์คช็อคโกแลต 50 กรัม (แนะนำให้ใช้ช็อค 58% ขึ้นไป แต่ในคลิปใช้ดาร์คช็อค Cocoa 70% ยี่ห้อ Lindt)
  10. วนิลลาสกัด 2 ช้อนชา
ส่วนผสมที่ 2
  1. ไข่ขาว 4 ฟอง (เบอร์ 2)
  2. น้ำตาลป่น 80 กรัม
  3. ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา (หรือน้ำมะนาวทดแทนได้ค่ะ)
วิธีทำ
  1. วอร์มเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 140 องศาไว้ก่อนเลยค่ะ
  2. วางกระดาษไขที่ก้นพิมพ์ให้เรียบร้อย ไม่ต้องทาไขมันใดๆ วันนี้ติ๊กใช้พิมพ์ 8x8 นิ้วเหมือนเคย แบบว่ามันอบง่าย สุกเร็ว ติ๊กจึงชอบใช้พิมพ์สี่เหลี่ยมเป็นพิเศษค่ะ
  3. จากนั้น ให้ละลายเนยกับช็อคโกแลตเตรียมเอาไว้ ติ๊กใช้วิธีละลายโดยนำช็อคและเนยใส่ชาม แล้วนำไปวางในน้ำร้อนจัด แต่ใครจะใช้วิธีการละลายโดยนำไปเวฟก็ได้นะค่ะ โดยส่วนตัว ติ๊กไม่ค่อยจะชอบเวฟเพราะมันร้อนเร็วทำให้เนยกระเด็น เมื่อละลายเสร็จแล้วก็พักเอาไว้ก่อนนะคะ เราจะมาตีไข่แดงกับน้ำตาลกัน
  4. ใส่ไข่แดง ไข่ทั้งฟอง และน้ำตาล ลงในโถผสม แล้วตีให้เนียน จนเป็นครีมสีเหลือง
  5. เมื่อตีไข่ดีแล้ว ก็ใส่นมสดลงไปผสมให้เข้ากัน
  6. นำเนยกับช็อคโกแลตที่ละลายเตรียมไว้ เทใส่ลงไปผสมให้เข้ากันดี *ไม่ควรให้เนยกับช็อคร้อนนะคะ อาจทำให้ไข่สุกได้
  7. ใส่วนิลลาสกัดลงไปผสมพอเข้ากัน
  8. ร่อนแป้งเค้ก ผงโกโก้ เกลือ ลงในโถผสมไข่ แล้วตะล่อมให้เข้ากันดีจนไม่เห็นเป็นเม็ดแป้ง แล้วพักไว้ก่อน เราจะมาทำเมอแรงค์ต่อค่ะ
  9. นำไข่ขาวใส่ในชามผสมอีกใบ แล้วตีด้วยสปีด 2 ตีไข่ให้ขึ้นเป็นฟองหยาบ แล้วใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ให้ตีต่อจนไข่ขึ้นเป็นฟองละเอียดมากขึ้น ก็ให้ทะยอยใส่น้ำตาลลงไปจนหมด ให้ตีไข่ไปเรื่อยๆ จนไข่ตั้งยอดอ่อนก่อนจะถึงยอดแข็ง หรือที่เรียกกันว่า Firm Peak
  10. เมื่อได้เมอแรงค์แล้ว นำมาแบ่งผสม 3 ส่วน ลงในแบทเทอร์ที่เราเตรียมไว้ตอนแรก ตะล่อมเมอแรงค์ให้เข้ากันดี เมื่อผสมเข้ากันดีแล้ว ให้ตะล่อมต่อ 10-15 ครั้งให้เนื้อแบทเทอร์เนียนยิ่งขึ้น
  11. เทแบทเทอร์ลงพิมพ์ ค่อยๆเทลงอย่างช้าๆ จะช่วยตัดฟองอากาศใหญ่ได้ จากนั้นก็กระแทกพิมพ์ไล่ฟองอากาศ วันนี้ไม่ได้ใช้ไม้จิ้มฟันวนค่ะ เพราะดูจากเนื้อแล้วค่อนข้างละเอียดดี ติ๊กก็เลยขี้เกียจค่า
  12. นำเข้าอบ โดยเปลี่ยนอุณหภูมิเป็น 170 องศา เบากว่าคราวก่อนหน่อย เพราะแบทเทอร์วันนี้มีเนยกับช็อคผสมลงไป กลัวหน้าจะปริ ติ๊กใช้เวลาอบ 30 นาทีเป๊ะ เค้กก็ออกมาสุกสวยงาม
  13. เอาออกมาจาเตาอบแล้ว ให้กระแทกพิมพ์ 3 ครั้ง ปรับโครงสร้างเค้ก แล้วทำการคว่ำลงบนตะแกรง คว่ำพักไว้ก่อนสัก 10 นาที ติ๊กแอบไปทานข้าวแล้วค่อยกลับมาพลิกด้านเค้ก จนเลยเวลาไปเลย น่าจะพักทิ้งเค้กไปราวๆ 20 นาทีได้ ด้วยที่ไปลักพักลักจำมาว่า เค้กที่ใช้สูตรแยกไข่ขาว เมื่ออบเสร็จให้คว่ำเค้กทิ้งไว้จะช่วยให้หน้าเค้กตึง ไม่หด ก็เลยลองทำดู สรุปว่าเค้กก็ไม่หดแล้วร่อนออก (หรือทึกทักไปเองน้า) แต่ก็ยังคงมีแอบเหี่ยวยับตรงขอบบ้างนิดหน่อย น่าจะเป็นเพราะสูตรของมันเองมั้ง เพราะติ๊กทำกี่ทีกี่ทีก็ได้แบบนี้ แต่ถ้าเปลี่ยนจากไข่ทั้งฟอง มาใส่ผงฟูแทน หน้าเค้กจะเรียบตึงทันที ไม่ย่นแบบนี้ เท่าที่สังเกตุในเตาอบ การขึ้นฟูของเค้กจะต่างกัน เมื่อใช้ไข่ทั้งฟองจะขึ้นฟูฟ่องเว่อร์วังโดยเฉพาะด้านข้างเค้กฟูมากกว่าปกติ ผิดกับการอบชิฟฟ่อนใช้ผงฟู ก็เดาว่าน่าจะสาเหตุนี้ค่ะ
  14. หลังจากติ๊กเผลอคว่ำเค้กไป 20 นาทีได้ ก็พลิกด้านขึ้นมา แซะเค้กออกจากพิมพ์ นำวางบนตะแกรงพักทิ้งให้หายร้อน แล้วนำมาตัดเสิร์ฟค่ะ
     เค้กช็อคสูตรนี้อร่อยมากๆ เนื้อเค้กมีความเป็นบัตเตอร์ แต่จะนุ่มเบาทานได้เพลินๆ แม้จะแช่เย็นแล้วเอาออกมาทานเลยก็ยังนุ่มค่ะ จะบอกว่าเอาไปแช่เย็นสักคืนแล้วค่อยนำมาทานจะชุ่มฉ่ำกว่าอบแล้วทานเลยนะคะ




ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Preserved Pineapple

สับปะรดกวน          ด้วยที่ติ๊กอยากจะทำพายสับปะรด ก็เลยจะทำสับปะรดกวนเองเสียหน่อย เพราะไม่ได้ทำยาก แต่จะเสียเวลามากกว่า ติ๊กใช้เวลาพอคว...