วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การตีไข่ขาวให้ตั้งยอด

การตีไข่ขาวให้ตั้งยอด

เวลาติ๊กทำเค้กใหม่ๆ นั้น แล้วอ่านสูตร จะมีบางสูตรให้เราแยกไข่ขาวออกมาตี ให้ตั้งยอดอ่อน ซึ่งติ๊กจะงงเล็กน้อยว่า ตีให้ตั้งยอดอ่อนนี่ต้องประมาณไหน ติ๊กจำได้ว่าครั้งแรกที่ติ๊กตีไข่ขาวให้ตั้งยอดนะ เขาให้ตียอดอ่อน ซึ่งติ๊กก็กะไม่ค่อยจะถูก ตีไปนานเกินเพราะกัวไข่ขาวตั้งยอดไม่ดี เลยตีสะจนตั้งยอดแข็ง เค้กนี้ออกมากระด้างเลย เมื่อฝึกไปบ่อยๆ ทำเค้กหลายๆครั้ง เริ่มคุ้นมือก็รู้ล่ะว่าต้องตีประมาณไหน

วิธีการตีไข่ขาวให้ตั้งยอดอ่อน


ติดตามเรื่องราว Ms.andMrs.Brown

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บัตเตอร์เค้ก

บัตเตอร์เค้ก



      บัตเตอร์เค้ก เป็นเค้กชนิดแรกที่ติ๊กนึกถึงในการหัดทำขนมใหม่ๆ เพราะว่าเป็นเค้กที่ทำได้ง่ายมากที่สุด ครั้งแรกของการทำ ติ๊กเลือกที่จะใช้สูตร Butter Cake ใส่สารเสริม EC25K และก็เป็นสูตรที่ติ๊กใช้ทำมาตลอด เพราะได้เนื้อเค้กที่นุ่มเนียนมาก ทำกี่ทีกี่ทีก็ต้องมีสารเสริมตัวนี้คอยช่วยเสมอ
      มาครั้งนี้ ติ๊กอยากลองทำ Butter Cake โดยไม่ใช้สารเสริม และอยากได้เค้กที่นุ่ม มีปริมาตร ติ๊กเลยเลือกทำ Butter Cake ใช้สูตรแยกไข่ขาว ไข่แดง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ ติ๊กได้เค้กที่มีปริมาตรดีมาก เนื้อเค้กฟู และนุ่มพอใช้ได้ แต่เนื้อไม่เนียนเท่ากับใช้สารเสริม เอาล่ะ..เรามาดูวิธีทำบัตเตอร์เค้กวันนี้กัน

สูตรบัตเตอร์เค้ก (3 ปอนด์) / Butter Cake Recipe
  1. แป้งเค้ก 227 กรัม
  2. ผงฟู 3 ช้อนชา
  3. เกลือ 1/4 ช้อนชา
  4. เนยเค็ม 227 กรัม
  5. น้ำตาลป่น 180 กรัม
  6. ไขไก่ทั้งฟอง (เบอร์ 2) 3 ฟอง และ ไข่ขาว 1 ฟอง (ในคลิปติ๊กไม่มีไข่เบอร์ 2 มีแต่ไข่ไซส์เล็ก ติ๊กเลยใช้ไข่ไก่ 4 ฟอง และ ไข่ขาว 1 ฟอง)
  7. วนิลลา 2 ช้อนชา
  8. นมสด 150 กรัม
วิธีทำบัตเตอร์เค้ก
  1. ทาน้ำมันบางๆ ที่พิมพ์ และวางกระดาษไขไว้ที่ก้นพิมพ์ ติ๊กใช้พิมพ์ขนาด 3 ปอนด์
  2. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ พักทิ้งไว้
  3. หั่นเนยเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปตีสปีดต่ำ ให้เนยอ่อนตัว และเนียน
  4. แบ่งน้ำตาลมาครึ่งหนึ่ง ใส่น้ำตาลลงไปตี ปรับสปีดตีเป็นสปีดสูงสุด ตีให้เนยขึ้นฟู จนมีลักษณะเป็นสีครีม
  5. เตรียมไข่ นำไข่มาแยกไข่แดง ไข่ขาว 
  6. จากนั้นนำไข่แดงทั้งหมดไปผสมลงในเนย ตีสปีดกลาง ตีเพียงให้เข้ากัน และใส่วนิลลา แล้วตีต่อให้พอเข้ากัน
  7. ใส่แป้งลงไปผสม แบ่งใส่ 1/3 (แบ่งผสม 3 ส่วน) และตะล่อมให้เข้ากัน และ ใส่นมสด 1/2 ลงไปผสมให้เข้ากัน และทำวนแบบนี้จนแป้งหมด
  8. ในขั้นตอนนี้จะเห็นว่าในคลิปติ๊ก ค่อนข้างทุลักทุเล เนื่องจากเป็นเค้กเนย ส่วนผสมค่อนข้างแน่น ใช้พายผสมยากอยู่ (ติ๊กไม่มีแรงนั่นเอง) สุดท้ายติ๊กดูแล้ว ส่วนผสมไม่เข้ากันเลย ติ๊กเลยเปลี่ยนใช้เครื่องตีมาช่วยทำให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันได้ดี 
  9. นำไข่ขาวมาตีให้ขึ้นเป็นฟอง จากนั้นใส่น้ำตาล และตีด้วยสปีดกลาง จนเป็นสีขาว ตั้งยอดอ่อน
  10. นำไข่ขาว แบ่งผสมส่วนผสมแรก ค่อยตะล่อม จนเข้ากันดี แต่ติ๊กต้องใช้เครื่องตีช่วยเนื้อแบทเทอร์คนข้างหนัก ตะล่อมเข้ายาก เลยใช้เครื่องตีสะเลย โดยใช้สปีดต่ำ
  11. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เคาะไล่ฟองอากาศ เคาะหลายๆครั้งหน่อย แล้วเอาไม้จิ้มฟัน หรือ ส้อม กรีดตัดฟองอากาศใหญ่ ไม่งั้นตอนอบ หน้าเค้กจะมีฟองอากาศตรึม
  12. นำเข้าอบไฟล่าง 160 องศา ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ติ๊กอบค่อนข้างนาน เนื้อเค้กสุกยาก เพราะมีไขมันเยอะ 
  13. ก่อนจะเอาเค้กออกจากเตา เช็คสุกให้ดีก่อน ถ้ายังมีคราบติดอยู่ ยังไม่สุกนะ ต้องอบต่อ
***ในการอบบัตเตอร์เค้ก หากมีฟองอากาศขึ้นมาหน้าเค้กเยอะมาก ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ เป็นเรื่องปกติ***
   
      ผลลัพธ์ของบัตเตอร์เค้ก เนื้อค่อนข้างแน่น นิ่มพอใช้ได้ เป็นเค้กที่ทานชิ้นเดียวแล้วอิ่มบอกเลย ส่วนรสชาตินั้น ติ๊กนำไปให้เพื่อนๆที่ออฟฟิศทานกัน ทุกคนชอบกันหมด อาจเป็นเพราะติ๊กรีบเสิร์ฟตอนเช้ามั้ง เพื่อนๆทานแทนข้าวเช้ากันเลย คงจะหิว เลยอร่อย....555
      โดยส่วนตัว ติ๊กชอบบัตเตอร์เค้ก ที่ใส่สารเสริมมากกว่า เพราะทำให้เนื้อเค้กเนียน นุ่มกว่า เหมือนทานเค้ก S&P เลย ไว้รอบหน้าติ๊กจะทำบัตเตอร์เค้กใส่สารเสริมให้ชมกันนะจ๊ะ

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

พิซซ่าไมโครเวฟ ใช้แป้งตอร์ติญ่า

พิซซ่าไมโครเวฟ




ปกติแล้วติ๊กจะชอบทำพิซซ่าอิตาเลียนทานเองที่บ้าน แต่ด้วยคราวนี้ ติ๊กขี้เกียจมากๆ และนึกอยากจะทานพิซซ่าขึ้นมา ติ๊กคิดได้ว่าในตู้เย็นมีแป้งตอร์ติญ่าอยู่ ติ๊กเลยเอามาจัดสะเลย เรียกได้ว่าเมนูนี้มีอะไรในตู้เย็น ก็เอามาใส่ๆ ให้หมดเลยจ้า ผลลัพธ์ออกมา ก็อารมณ์คล้ายทานเคบับผสมแซนวิชแฮมชีส จะมีความเป็นพิซซ่า ก็ตรงกลิ่นใบออริกาโน่นี่แหละจ้า

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

Orange Cake

เค้กส้ม


     วันนี้ติ๊กจะมาสาธิตการทำเค้กส้มค่ะ เป็นเค้กอันดับหนึ่งในใจติ๊ก ชอบมาก ทำทานเองบ่อยครั้ง และเป็นเค้กที่ชอบทำแจกญาติๆ เพื่อนๆ ได้ทานกัน

     ตอนหัดทำใหม่ๆนะคะ บอกเลยว่าราดซอสส้มไม่สวยเลย มือใหม่หัดทำ ยังกวนซอสไม่เข้าที่บ้าง ราดเยอะเกินไปบ้าง ราดแบบกะไม่ถูก ราดหลายรอบ จนหน้าเค้กเป็นคลื่นเลยก็มี หลากหลายความผิดพลาดของการทำขนม แต่พอเราหัดทำบ่อยๆ นะคะ ก็จะคุ้นมือ ทำให้เราทำเค้กส้มได้เป๊ะ

     แล้วสูตรที่ติ๊กหยิบยกมาสาธิตนั้น บนเว็บ Pantip ขนานนามกันว่า "เค้กส้มในตำนาน" หรือ สูตรแม่สลิ่ม (ติ๊กไม่แน่ใจนะคะ ว่าต้นฉบับสูตรเป็นมาอย่างไรบ้าง แต่เห็นล่าสุดว่าเป็นเครดิตของแม่สลิ่มจ้า ผิดถูกอย่างไรก็แนะติ๊กได้นะคะ) เค้กส้มสูตรนี้ติ๊กมีดัดแปลงสูตรเล็กน้อยให้สะดวกในการทำของตนเองนะคะ เรามาดูสูตรกันค่ะ

สูตรเค้กส้มแบ่งเป็น 2 ส่วนนะคะ เราจะมาทำเนื้อสปันจ์เค้กกันก่อน

สูตรสปันจ์เค้ก 3 ปอนด์
  1. แป้งเค้ก 100 กรัม
  2. ผงฟู 1 ช้อนชา
  3. เกลือ 1/4 ช้อนชา
  4. ไข่ไก่ทั้งฟอง (เบอร์ 2) 3 ฟอง และ ไข่ขาว 1 ฟอง (สูตรเดิมเป็นไข่เบอร์ 0 ทั้งฟอง 3 ฟอง)
  5. น้ำตาลป่น 80 กรัม
  6. นมสด 80 กรัม (สูตรเดิมจะเป็น นมข้นจืด กับ น้ำเปล่า)
  7. สารเสริม SP 15 กรัม
  8. น้ำมันทานตะวัน 80 กรัม (สูตรเดิมเป็น เนยละลายอุ่นๆ 80 กรัม)
  9. วนิลลาสกัด 1 ช้อนชา
     เหตุผลที่ติ๊กใช้น้ำมันแทนเนย เพราะว่าผสมได้ง่าย ไม่ต้องหั่นเนยแล้วนำมาละลาย ที่สำคัญถ้าเนยอยู่ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เค้กอาจเป็นไตได้ ดังนั้นการใช้น้ำมันสามารถใช้ผสมได้เลยในอุณหภูมิห้อง อีกทั้งเมื่อนำเค้กไปใส่ตู้เย็น และเอาออกมาทานทันที เนื้อเค้กนุ่มมากๆ นุ่มกว่าใส่เนยละลาย แต่ก็แล้วแต่ความถนัด และความชอบของแต่ละคนนะคะ

วิธีทำสัปนจ์เค้ก
  1. นำกระดาษไขมารองที่ก้นพิมพ์ ควรทาน้ำมันบางๆ ที่ก้นและขอบพิมพ์ก่อนวางกระดาษไข
  2. ตอกไข่ทั้งหมดในชามผสม ใส่นมสด ใส่น้ำตาลป่น และปาดสารเสริม SP ที่หัวตะกร้อ
  3. ตีด้วยเครื่องตีด้วยสปีดสูงสุด จนกว่าจะเป็นเนื้อครีมข้นมากๆ เช็คโดยการนำไม้พายปาดเนื้อครีมขึ้นมา จะเห็นว่าครีมจะต้องไม่ไหลย้อยเป็นสายน้ำ จะต้องหนืดข้นติดที่ไม้พาย (ติ๊กใช้เวลาตี 8 นาที เครื่องที่ใช้เป็น Tefal 450 วัตต์)
  4. นำแป้ง ผงฟู เกลือ นำมาร่อน เทลงในชามผสม และทำการตีต่อ ด้วยความเร็วปานกลาง จนเม็ดแป้งละลายเนียนไปกับครีม (ติ๊กใช้เวลา 1 นาที เพราะถ้าตีนานมาก เวลาอบเค้กเสร็จ เค้กจะหดตัว จะทำให้เนื้อเค้กแน่น)
  5. ใส่วนิลลาสกัด กลิ่นส้มสกัด และตีด้วยความเร็วปานกลาง แค่ผสมให้เข้ากันดี
  6. ใส่น้ำมัน หรือ เนยละลาย ติ๊กแบ่งใส่ 3 รอบ ปรับสปีดเป็นสปีดต่ำสุด ตีเพียงให้เข้ากันเท่านั้น
  7. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ ที่ได้รองกระดาษไขไว้แล้ว
  8. ทำการกระแทกพิมพ์เล็กน้อย และจากนั้นนำไม้เสียบลูกชิ้น หรือ ไม่จิ้มฟัน หรือ ส้อม นำมากรีดส่วนผสม เพื่อตัดฟองอากาศใหญ่ และทำให้เนื้อเค้กที่ได้เนียนเรียบขึ้น
  9. จากนั้นกระแทกพิมพ์อีกหน่อย แล้วนำเข้าอบไฟบนล่าง 175 องศา เป็นเวลา 30 นาที
  10. ในนาทีที่ 25 ติ๊กลองเช็คสุกด้วยไม่จิ้มไฟ หากไม่มีเป็นครีมๆ ติดมา ก็สามารถนำออกจากเตาอบได้เลย
  11. เมื่ออบเสร็จ ให้แซะขอบเค้ก เพื่อที่เราจะนำเค้กออกจากพิมพ์ นำตะแกรง หรือฐานเค้ก พร้อมกระดาษไขรองด้านหน้า ก่อนคว่ำพิมพ์ลง (กรณีที่ต้องการให้หน้าเค้กสวยนะ แต่ถ้าเราไม่ได้อวดหน้าเค้กใคร ก็ไม่ต้องใช้กระดาษไขรองก็ได้จ๊ะ)
  12. พักทิ้งเค้กให้เย็น ก่อนที่จะสไลด์เค้ก เพราะทาสไลด์เค้กตอนที่ร้อนๆ บอกเลยว่าเค้กมีสิทธิ์พัง เนื่องจากอบมาใหม่ๆ เค้กยังเซ็ตตัวยังไม่ดี จะนุ่มนิ่มมาก แตะนิดแตะหน่อยเค้กหลุดแตกพังได้ง่ายค่ะ
*** การทำเค้กส้ม ถ้าจะให้ราดซอสได้สีส้มสวยสดใส ต้องลอกหน้าเค้กด้านบนออก หรือ เมื่อสไลด์เค้กแล้ว ให้กลับด้าน เอาด้านที่เป็นเนื้อขาวๆ ขึ้นก็ได้ค่ะ (ติ๊กก็ทำบ่อย เพราะขี้เกียจลอกเปลือกผิวออกค่ะ)

***สังเกตุในคลิป ติ๊กไม่ได้ลอกหน้าเค้กโชว์ แต่ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าหน้าเค้กเมื่อพักทิ้งให้เย็นแล้ว เปลือกผิวเค้กด้านบน จะเหี่ยวๆ ย่นๆ เล็กน้อย ติ๊กใช้มือลอกหน้าเค้กออก คือหยิบออกเป็นแผ่นๆ เลยค่ะ ลอกง่าย ไม่ต้องใช้มีดสไลด์เลย ส่วนด้านข้างเค้ก ติ๊กไม่ทำอะไรเลยค่ะ ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ต้องสไลด์ให้ขาวหรอกนะคะ ถ้าเราอบดีๆ เนื้อตรงขอบจะออกมาสวยงาม ไม่ไหม้ ไม่จำเป็นต้องตกแต่งแต่อย่างใด

สูตรซอสส้ม 3 ปอนด์
  1. น้ำส้มซันควิกเข้มข้น ฝาเขียว 135 กรัม
  2. น้ำเปล่า 450 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 135 กรัม
  4. แป้งกวนไส้ 40 กรัม
  5. เนยสดเค็ม 40 กรัม
วิธีทำซอสส้ม
  1. ผสมน้ำสัม น้ำเปล่า น้ำตาล และแป้งกวนไส้ ผสมให้เข้ากัน
  2. นำไปตั้งไฟปานกลาง เคียวซอสส้มไปเรื่อยๆ จนซอสส้มจะใส และ ข้นหนืดเป็นรอยตะกร้อ ให้เคี่ยวต่ออีกนิด และปิดเตา ใส่เนยสด คนให้เข้ากันดี
  3. นำซอสส้ม ราดลงบนเค้กได้ทันที ไม่ต้องพักทิ้งไว้ให้เย็น ในการราดให้ราดแต่พอดี ถ้าเยอะไปก็จะเลอะเทอะ ปาดซอสลำบาก
  4. ซอสที่ราดบนเลเยอร์แรก ต้องปาดให้เต็ม หรือล้นได้นิดหน่อย เพราะถ้าปาดไม่เต็ม ซอสจะแหว่ง เมื่อตัดชิ้นเค้กจะเห็นว่าซอสหาย ไม่สวยค่ะ
  5. เมื่อนำเค้กมาประกอบ ซอสส้มจะไหลออกเล็กน้อย ให้เราปาดซอสส้มเก็บขอบให้เรียบเนียน ให้กลืนไปกับเนื้อเค้ก ไม่ให้เห็นเป็นร่อง เพราะเวลาเราราดซอสปกคลุมเค้กลงมาด้านข้าง จะราดได้เรียบสวยจ้า
  6. ใช้การหมุนฐานให้เป็นประโยชน์ เพราะแรงแกว่ง จะทำให้ซอสนั้นไหลเทลงมาได้ง่ายขึ้น
  7. เมื่อราดเสร็จ พักทิ้งไว้ให้ซอสเซ็ตตัว เราค่อยปาดเก็บซอสที่ล้นขอบออกมาอีกที เพราะถ้าปาดตอนร้อนๆ ไปก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ ซอสก็ไหลออกเหมือนเดิม
  8. หลังจากเก็บงานเรียบร้อย พักทิ้งเค้กให้เย็นสนิท แล้วนำเค้กบรรจุภาชนะให้มิดชิดจ้า
ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Nut Cookies

ใกล้ปีใหม่ทีไร ติ๊กจะต้องอบคุกกี้มอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ ให้กับลูกค้าเสมอ ปีนี้ก็อีกเช่นเคย แต่ติ๊กได้ปรับสูตรคุกกี้ใหม่ เน้นให้ความหอมมันจากเนย และความฟูกรอบร่วนของคุกกี้ โดยสูตรคุกกี้ตัวนี้ ติ๊กสามารถนำมาใช้ทำคุกกี้ได้หลายรส ไม่ว่าจะเป็น คุกกี้รวมมิตรถั่ว คุกกี้คอนเฟลกราสเบอรี่ คุกกี้ช็อคโกแล็ตชิพ แต่สำหรับวันนี้ติ๊กนำเสนอคุกกี้รวมมิตรถั่ว เพราะเป็นรสชาติที่ถูกปากผู้หลักผู้ใหญ่มาก ทานแล้วไม่เลี่ยน เรียกได้ว่าทานกันเพลินเลยทีเดียว


สูตรคุกกี้ถั่ว รวมมิตร สูตรหวานน้อย
‪***คุกกี้สูตรนี้อบได้ประมาณ 1 กิโล ค่ะ
1. แป้งสาลีเอนกประสงค์ 320 กรัม
2. ผงฟู 2 ช้อนชา
3. เนยสดเค็ม pure cream 80% 200 กรัม
4. เนยขาว 40 กรัม
5. น้ำตาลทราย 180 กรัม (ถ้าใครชอบหวาน เพิ่มน้ำตาลไปอีก 15-20 กรัมไปเลยค่ะ)
6. ไข่ไก่เบอร์ 0 1 ฟอง
7. วนิลลาสกัด 2 ช้อนชา
8. อัลมอนบดหยาบ 30 กรัม
9. เม็ดมะม่วงบดหยาบ 40 กรัม
10. แมคคาดิเมียสับหยาบ 40 กรัม


วิธีทำคุกกี้‬
1. นำแป้งกับผงฟูผสมรวมกัน นำไปร่อน 1 ครั้ง และพักไว้ก่อน
2. นำเนยสด เนยขาว เนยเย็นๆหน่อยนะค่ะ นำมาตีให้เนยอ่อนตัว ใช้สปีดต่ำสุด พอให้เนยทั้ง 2 ชนิดเข้ากัน
3. จากนั้นใส่น้ำตาล ลงไปตีกับเนย ใช้สปีดกลาง ให้ขึ้นฟูเล็กน้อย ติ๊กใช้เวลาไปประมาณ 1 นาทีครึ่ง
4. ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีไข่ค่ะ เหมือนทำไข่เจียว ผสมวนิลลาลงในไข่เลยค่ะ แล้วค่อยๆเทเป็นสาย ทีละนิด ลงในเนย สังเกตุว่าเมื่อใส่ไข่ปุ๊บ เนยจะขึ้นฟูมากขึ้นเป็นสีขาว อย่าตีนานนะค่ะ ติ๊กใช้เวลาไม่ถึงนาที แค่ตีให้เข้ากันและฟูขึ้นอีกเล็กน้อยก็พอค่ะ
5. ใส่แป้งค่ะ ปรับเป็นสปีดต่ำ ด้วยที่ติ๊กทำในปริมาณเยอะ จะแบ่งแป้งใส่เป็น 3 รอบ พอเริ่มเข้ากันนิดหน่อย ก็ใส่ถั่วทั้งหมด ตีให้พอเข้ากัน
6. จากนั้นนำมาปั้นเป็นก้อนกลมๆค่ะ แล้วแต่จะปั้นเลยค่ะ ติ๊กใช้ตัวช่วยที่ตักไอติม ข้อดีคือ ได้คุกกี้ปริมาตรเท่าๆกัน และชิ้นกลมสวยค่ะ
7. นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 160C เปิดพัดลม ประมาณ 20-25 นาที ระหว่างอบกลับถาด 1 ครั้ง ประมานนาทีที่ 12-15 ค่ะ 
8. อบเสร็จ ตักคุกกี้ออกจากถาด พักบนตะแกรงให้เย็น แล้วเก็บในภาชนะที่มิดชิด เพื่อคงความกรอบนาน



ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Cream Cheese Cookies

คุกกี้ครีมชีสแครนเบอรี่


     ช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว ติ๊กก็นั่งคิดๆว่า เราจะทำเมนูอะไรดีนะ ที่จะให้เป็นของฝากญาติๆ เพื่อนๆ อยากจะลองเมนูใหม่ๆ บ้าง เพราะคราวก่อนปีที่แล้ว ติ๊กได้ทำคุกกี้เนยสดช็อคชิพ และ คุกกี้คอนเฟลก ปีนี้อยากจะเปลี่ยนแนวคุกกี้บ้าง เลยมาลองสูตรคุกกี้ครีมชีส

      ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า คุกกี้ครีมชีสสูตรนี้ ติ๊กเคยได้ทำไปแล้วครั้งนึง แต่ยังไม่โอเคเท่าไรนัก จึงต้องมีการปรับสูตร ซึ่งรอบนี้ในการทำติ๊กได้ปรับสูตรจากคราวก่อน อบออกมาแล้วอร่อยทีเดียว จึงนำสูตรมาลงในบล๊อกให้เพื่อนๆ ได้ลองทำกันดูมั่ง

      คุกกี้ครีมชีส รสชาติที่ได้จะหวานน้อย อาศัยความหวานเปรี้ยวจากราสเบอรี่ ทำให้รสชาติลงตัว และเนื้อคุกกี้สูตรนี้จะไม่ฟูมากนัก เนื้อจะค่อนไปทางหนักหน่อย ออกแน่นเล็กน้อย

      ด้วยที่มีครีมชีสในส่วนผสม และต้องการให้คุกกี้มีความกรอบ จึงทำให้ในขั้นตอนการอบนั้น ต้องใช้เวลาอบที่นานกว่าสูตรคุกกี้ทั่วไป ติ๊กใช้เวลาอบโดยรวม 40 นาที โดยแบ่งการอบออกเป็น 2 รอบ เพราะถ้าอบนานติดกัน 40 นาที คุกกี้อาจไหม้ได้

      เคยอ่านเจอว่าการอบคุกกี้นานเกินไป จะทำให้คุกกี้ไม่หอม แต่สำหรับติ๊กแล้ว บอกเลยว่ายังหอมมากๆ เปิดกระปุกออกมากลิ่นลอยฟุ้งเลย

สูตรคุกกี้ครีมชีส
  1. เนยเค็ม 60 กรัม
  2. ครีมชีส 40 กรัม
  3. น้ำตาล 35 กรัม (สูตรหวานน้อยนะ ชอบหวานเติมไปได้อีก 15 กรัม)
  4. แป้งอเนกประสงค์ 105 กรัม
  5. เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
  6. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
  7. วนิลลาสกัด 1/2 ช้อนชา
  8. แครนเบอรี่อบแห้ง 55 กรัม
วิธีทำคุกกี้ครีมชีส
  1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศา
  2. นำแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา ผสมเข้าด้วยกัน และพักไว้
  3. ตีเนยเค็ม และ ครีมชีส ให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำตาล และตีด้วยความเร็วปานกลาง ให้ขึ้นฟูเล็กน้อย เราใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที
  4. จากนั้นใส่กลิ่นวนิลลา ตีให้พอเข้ากัน (แต่ในคลิปที่เราอัด เราลืมใส่กลิ่นวนิลลาจ้า แต่ก็ไม่มีผลต่อความอร่อยนะ...อิอิ)
  5. ร่อนแป้ง ผสมให้พอเข้ากัน และใส่แครนเบอรี่ โดว์ที่ได้จะไม่แฉะ จะออกเป็นขุ่ยๆ
  6. นำมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ วางลงบนถาดรองด้วยกระดาษไข และใช้ส้อมกดให้แบน
  7. นำเข้าเตาอบ อบนาน 30 นาที ระหว่างการอบให้กลับด้านถาดด้วย และนำออกมาพักไว้ประมาณ 5 นาที และนำเข้าอบต่ออีก 10 นาที เพื่อให้คุกกี้กรอบ
      กรณีเพื่อนๆ ไม่มีแครนเบอรี่อบแห้งไม่ใส่ได้มั้ย ส่วนตัวขอบอกว่าถ้าไม่ใส่ ความอร่อยคุกกี้จะดร๊อปลงไปมาก จะค่อนข้างเลี่ยนๆ ควรมีผลไม้อบแห้งเปรี้ยวๆ ผสมไปด้วยจะดีกว่าจ้า

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Dark Chocolate Brownies

ดาร์คช็อคบราวนี่




     หลังจากที่ห้องครัวของติ๊กได้ปูกระเบื้องเสร็จ ติ๊กก็เปิดเตาอบ ประเดิมเมนูแรกคือ ดาร์คช็อคบราวนี่ ซึ่งติ๊กตั้งใจจะทำบราวนี่ให้หน้ากรอบ แต่ผลที่ออกมายังกรอบไม่ได้ดั่งใจมาก เพราะไข่ไก่ที่ใช้ เป็นไข่เก่า เก็บมานานเกือบเดือน อีกทั้งตอนตีไข่ ไม่ได้ใช้เครื่องตี ใช้ตะกร้อมือ แบบว่าเหนื่อยมาก แขนล้า เลยทำให้ตีไข่ยังไม่ขึ้นเป็นครีมเงามากนัก แต่ก็พอทำให้หน้าบราวนี่กรอบได้อยู่

     บราวนี่ที่ได้สำหรับสูตรนี้ ผิวบราวนี่ด้านบนจะแห้งกรอบ รสชาติจะไม่หวาน และเข้มข้นด้วยช็อคโกแล็ตเต็มๆคำ ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนชอบทานช็อคแบบเข้มๆ ออกขมๆ

สูตรดาร์คช็อคบราวนี่
  1. ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 3 ฟอง
  2. น้ำตาลทราย 150 กรัม (สำหรับคนชอบหวานให้เพิ่มน้ำตาลตามระดับความชอบ 15-50 กรัม)
  3. ช็อคโกแล็ต Ghirardelli 60% Cacao 180 กรัม
  4. ช็อคโกแล็ตแท่ง HERSHEY'S Unsweetened Chocolate 60 กรัม
  5. เนยเค็ม 150 กรัม
  6. ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. วนิลลาสกัด 2 ช้อนชา
  8. แป้งเอนกประสงค์ 100 กรัม
ขั้นตอนการทำบราวนี่
  1. นำกระดาษไขมาปูบนพิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 8x8 นิ้ว
  2. นำช็อคโกแล็ตทั้งหมดตามข้อ 3,ข้อ 4 และเนย ไปตุ๋นให้ละลาย จากนั้นใส่ผงโกโก้ และวนิลลา คนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น
  3. ตีไข่ไก่กับน้ำตาล ให้น้ำตาลละลายให้หมด และเนื้อไข่กลายเป็นครีมเงางาม (เราใช้มือตีประมาณ 10 นาทีได้)
  4. นำช็อคโกแล็ตและเนยที่ละลายไว้แล้ว นำมาเทใส่ส่วนผสมไข่ แล้วคนให้เข้ากันดี จนส่วนผสมข้นหนืด
  5. ใส่แป้งเอนกประสงค์ แล้วผสมให้เข้ากัน เมื่อเข้ากันดีแล้วให้ตะล่อมคนต่ออีกสัก 5 รอบ
  6. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ และเกลี่ยหน้าให้เรียบ นำเข้าอบไฟบนล่าง อุณหภูมิ 180C อบ 25 นาที (ประมาณนาทีที่ 23 เราเช็คสุก โดยเอาไม้จิ้มไฟไปจิ้มเนื้อบราวนี่ตรงกลาง จะมีเศษคราบช็อคติดขึ้นมาเป็นคราบแห้งๆ ถือว่าใช้ได้แล้ว เอาออกจากเตาได้ หรือใครจะอบต่ออีก 2-3 นาที ให้แห้งกว่านี้ก็ได้ แล้วแต่ชอบ)
     สำหรับบราวนี่สูตรนี้ ติ๊กเอาไปแจกจ่ายให้เพื่อนๆ ที่ออฟฟิศได้ทานกัน เสียงตอบรับทุกเสียง บอกว่าช็อคโกแล็ตเข้มข้นมาก ไม่เคยทานที่ไหนได้เข้มเท่านี้เลย ส่วนรสหวานนั้น ส่วนใหญ่บอกหวานกำลังดี และส่วนน้อยรู้สึกว่าไม่หวาน และน้อยที่สุดๆ มีเพียงเสียงเดียว บอกว่าหวานไปนิด ว่ากันด้วยเรื่องความหวาน แต่ละคนมีระดับความหวานที่รับรู้ไม่เท่ากันเนาะ ถ้าเพื่อนคนไหนนำสูตรนี้ไปทำ ลองปรับระดับน้ำตาลตามที่เราชอบดูจ้า

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558

น้ำสลัดเพื่อสุขภาพ Soy Sauce Salad Dressing

น้ำสลัดซอสถั่วเหลือง


      ช่วงนี้ติ๊กเห่อทานผักสลัดมาก เพราะเวลาได้ทานแล้วมันสดชื่น แลดูผิวพรรณ และสุขภาพดี๊ดี ทานสัก 1 มื้ออาหาร สักมื้อใดมื้อหนึ่ง เลยเป็นที่มาว่าอยากจะทำน้ำสลัดเองดีกว่า เพราะเราทำเองเราจะรู้ดีว่าเราใส่อะไร วัตถุดิบที่เราเลือกใช้ก็คัดสรร จัดเต็มตามที่เราต้องการ และแน่นอนว่าสูตรที่ติ๊กจะนำเสนอ เป็นสูตรเพื่อสุขภาพ ทุกส่วนผสมเลือกแบบ Healthy มาเลยทีเดียว
      ปกติส่วนตัวชอบทานสลัดน้ำใส เพราะมันไม่เลี่ยนดี และที่ถูกใจมากๆ เห็นทีจะเป็นน้ำสลัดญี่ปุ่น ที่จะออกเค็มๆ หวานๆ แต่เวลาซื้อเขาทาน หรือทานสลัดที่ร้านอาหารญี่ปุ่น รู้สึกว่าน้ำสลัดมันเค็มจัง เค็มมากเลยทีเดียว เลยคิดว่าถ้าทำทานเองที่บ้าน ปรุงรสตามชอบจะดีกว่า น้ำสลัดก็เก็บได้นานด้วย แต่ก็นะทานสลัดทุกวัน เผลอแป๋บๆ น้ำสลัดก็หมดแล้วจ้า

      ส่วนผสมน้ำสลัดซอสถั่วเหลือง เราทำสูตรแบบให้จำง่ายมั่กมาก แบบว่าใส่ทุกอย่าง 2 ช้อนโต๊ะหมดเลย ส่วนรสชาตินะหรอ ก็จะติดหวานหน่อย ไม่ค่อยเค็มมากนัก และเปรี้ยวเล็กน้อย ลองมาดูกันว่าส่วนผสมทั้งหมดมีอะไรกันบ้าง

สูตรน้ำสลัดซอสถั่วเหลือง
  1. น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำส้มสายชูหมักข้าวกล้องญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ (เราใช้ Kikkoman ฝาเขียว)
  5. หอมใหญ่สับละเอียดตามชอบ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  6. งาขาวคั่วตามชอบ
วิธีทำ
ถ้าใส่หอมใหญ่ ให้ตั้งน้ำมัน และนำหอมใหญ่มาเจียวให้หอมก่อน และค่อยใส่เครื่องปรุงทุกอย่างลงไปเคี่ยว จนน้ำสลัดเดือดดีแล้ว ปิดเตาใส่งาขาว

เมนูนี้วิธีทำไม่มีอะไรซับซ้อน ง่ายสุดๆจ้า เราก็เลยไม่รู้จะเขียนอะไรให้มันเยอะยังไงดี ใครบังเอิญผ่านมาแล้วลองสูตรดูแล้ว ก็มาเล่าให้ฟังกันบ้างน้า ว่าเป็นไงบ้าง

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Sweetened Condensed Milk นมข้นหวาน

Sweetened Condensed Milk นมข้นหวาน


         เหตุผลดลใจที่ทำให้ติ๊กต้องมาทำนมข้นหวานทานเอง ก็เพราะว่าอยากจะลด และหลีกเลี่ยง บริโภคไขมันทรานส์ให้น้อยลง ทุกวันนี้เราทานอาหารนอกบ้าน ทานขนม ก็มีไขมันทรานส์ปนอยู่มากมาย และไหนเราจะดื่มเครื่องดื่มชา กาแฟ ที่ซื้อตามร้านบ้าง รถเข็นบ้าง เคาท์เตอร์บ้าง ซึ่งแทบทุกร้านเลยใช้นมข้นเป็นวัตถุดิบหลัก หรือบางทีก็ใช้คอฟฟี่เมท หรือครีมเทียมนั่นเอง แอดมินก็มานั่งคิดๆว่า เราดื่มทุกวันเลย อย่างน้อยวันละ 1 แก้ว ยังไม่รวมขนมอื่นๆ ที่มีไขมันตัวร้ายนี้แฝงอยู่ รับมันมาทุกวันจนเริ่มชักหวาดหวั่น เลยจากที่ซื้อเขาดื่มอยู่ทุกวัน ก็ซื้อน้อยลง และหันมาชงดื่มเอง โดยใช้น้ำเชื่อม แต่ก็นะน้ำเชื่อมมันไม่มันเข้มข้น เท่ากับนมข้น และนมข้นเองก็เป็นวัตถุดิบในการทำขนมบางอย่างด้วย เช่น ไอศครีม น้ำสลัด ซอส เลยคิดว่ามาทำนมข้นทานเองดีกว่า และไว้ใช้เป็นวัตถุดิบปรุงขนมได้อีกด้วย ก็เลยมานั่งหาข้อมูลว่าหลักการทำนมข้นต้องใช้อะไรกันบ้าง จนเป็นที่มาของสูตรนมข้นนี้จ้า

สูตรนมข้นหวาน
  1. นมสด 2 ถ้วย (เราใช้นมสดจิตรลดา)
  2. น้ำตาล 150 กรัม (ถ้าชอบหวานน้อยลดเหลือ 120 กรัม)
  3. เนยสด 30 กรัม (ถ้ามี)
  4. วนิลลาสกัด 1/2 ช้อนชา (ถ้ามี)
วิธีทำนมข้นหวาน
  1. นำนมสดกับน้ำตาลมาต้นจนเดือด และลดระดับไฟเป็นไฟปานกลาง เคี่ยวนมสดประมาณ 30 นาที จากนั้นค่อยเร่งไฟให้นมเดือดอีกครั้ง
  2. ใส่เนยสดลงไป และเคี่ยวไฟแรงสัก 2-3 นาที แล้วปิดเตา
  3. ใส่วนิลลาสกัด แต่ในคลิปเราไม่ได้ใส่ เพราะลืมอ่ะจ๊ะ
  4. พักนมข้นหวานให้หายร้อน ระหว่างที่พักทิ้งไว้ ให้มั่นมาคนบ่อยๆ ให้นมข้นเนื้อเนียน
คำแนะนำ
  1. หลังจากพักนมข้นให้คลายร้อน นมข้นอาจมีไขจับตัวที่ผิวด้านบน ให้นำนมข้นมากรองด้วยผ้าขาวบางเอาไขออก
  2. ระหว่างพักนมข้นให้เย็นตัวมั่นคนนมข้นบ่อยๆ เพื่อให้เนื้อเนียน
ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

Sizzler Cheese Toast ขนมปังซิสเล่อร์

Sizzler Cheese Toast ขนมปังซิสเล่อร์


ปกติเวลาทานสเต็กซิสเล่อร์ ทางร้านจะมีขนมปังมาเสิร์ฟ โดยผิวด้านนึงของขนมปังจะถูกกริลล์มาเหลืองกรอบ รสชาติเค็มนิดๆ กรอบนอกนุ่มใน อร่อยมาก แต่เวลาที่แอดมินไปที่ร้านซิสเล่อร์ มักไม่ทานขนมปัง เพราะทานทีไรอิ่มจนทานอย่างอื่นไม่ค่อยได้ จึงเป็นที่มาให้มาทำทานเองที่บ้านดีกว่า
ขนมปังซิสเล่อร์เป็นเมนูที่ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก เป็นเมนูโปรดปรานของคุณแม่แอดมินทีเดียว

ส่วนผสม Sizzler Cheese Toast
  1. ขนมปังแบบใดก็ได้ตามชอบ
  2. เนยสด
  3. พามาซานชีส
***อัตราส่วนการใช้อยู่ที่ความชอบ อยากได้ชีสเยอะก็ใส่เยอะตามใจเลย

วิธีทำ Sizzler Cheese Toast
  1. ผสมเนย พามาซานชีส คลุกให้เข้ากัน และนำมาปาดบนขนมปัง ปาดให้เต็มพื้นที่ขนมปังจะได้ออกมาเหลืองสวย และกรอบ
  2. จากนั้นนำมาย่างบนกระทะเทฟล่อน ต้องกระทะเทฟล่อนเท่านั้นนะจ๊ะ ถ้าใช้กระทะอื่นชีสจะติดกระทะและไหม้
  3. ตั้งไฟกลางๆ และกระทะควรอยู่สูงหน่อย หากเตาของใครไม่มีฐานตั้งกระทะให้สูง ให้ลดไฟให้อ่อนลง
  4. นำขนมปังด้านชีสคว่ำลงบนกระทะ อย่าคว่ำแช่ ควรถูขนมปังไปมาบนกระทะ และพลิกกลับด้านเพื่อให้ด้านชีสคลายความร้อน และไม่ให้ไหม้ และคว่ำด้านชีสกริลล์ใหม่ ทำแบบนี้ประมาณ 3 รอบ หรือ จนด้านชีสด้านกรอบเหลืองตามที่ต้องการ ก็นำขึ้นเสิร์ฟ
***ขนมปังที่ได้จะกรอบนุ่ม หอมมัน มีรสเค็มจากชีสเล็กน้อย
***ในการกริลล์นั้นต้องใจเย็นๆ อยากได้กรอบๆ แบบไม่ไหม้ ใช้เวลาหน่อย หากใครกริลล์โดยไฟแรงไป ชีสจะเกรียมและไหม้เร็ว ชีสที่ได้จะกรอบแบบแข็งๆ มีรสขมปน

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

เค้กกล้วยหอม สูตรน้ำตาลโตนด

Banana Muffin (เค้กกล้วยหอมน้ำตาลโตนด)


เค้กกล้วยหอมสูตรนี้ สูตรคล้ายๆกับสูตรแรก ต่างกันแค่เปลี่ยนน้ำตาล และวิธีการทำด้วยเริ่มจากการตีไข่กับน้ำตาลก่อน จนน้ำตาลละลายหมด และมีลักษณะเป็นเนื้อครีมเล็กน้อย จึงทำให้เนื้อเค้กที่ได้มีความนุ่มขึ้น และเนื้อไม่แน่นเท่า เค้กกล้วยหอมสูตรโยเกิร์ต ครั้งก่อนค่ะ

อุปกรณ์ที่ควรเตรียม
  1. โถผสมอาหาร
  2. ตะกร้อมือ
  3. พิมพ์ใส่เค้กกล้วยหอม (เราใช้กระทงจีบ)
  4. ที่ตักไอศครีม หรือ จะใช้อะไรก็ได้ที่ตนเองถนัดก็ได้
ส่วนผสมเค้กกล้วยหอม

ส่วนผสมแห้ง (Dry Ingredient)
  1. แป้งเค้ก 180 กรัม (180g Cake Flour)
  2. ผงฟู 1/2 (1/2 Tsp Baking Powder)
  3. เบกกิ้งโซดา 3/4 (3/4 Tsp Baking Soda)
  4. เกลือ 1/4 (1/4 Tsp Salt)
ส่วนผสมเปียก (Wet Ingredient)
  1. ไข่ไก่ 2 ฟอง (2 Eggs)
  2. น้ำตาลโตนด 120 กรัม (120g Palmyra palm sugar)
  3. กรีกโยเกิร์ต 200 กรัม (200g Greek yogurt)
  4. กล้วยบด 300 กรัม (300g Mashed Bananas)
  5. น้ำมันทานตะวัน 150 กรัม (150g Sunflower Oil)
  6. วนิลลาสกัด 1 ช้อนชา (1 Tsp Vanilla Extract)
วิธีทำเค้กกล้วยหอม
  1. หากใช้น้ำตาลโตนดแว่น ควรนำน้ำตาลไปปั่นให้ละเอียดก่อนนำมาใช้
  2. ตีไข่ไก่กับน้ำตาล จนกว่าน้ำตาลจะละลายให้หมด และขึ้นเป็นครีมเล็กน้อย
  3. จากนั้นใส่กล้วยบด โยเกิร์ต น้ำมัน วนิลลาสกัด และคนให้เข้ากัน
  4. ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา เกลือ ทั้งหมด ใส่ลงในส่วนผสมเปียก
  5. คนให้เข้ากันดี และตักใส่พิมพ์ที่ต้องการ
  6. นำเข้าอบ ไฟล่าง 200C เป็นเวลา 10 นาที หรือ เนื้อเค้กขึ้นฟูเต็มที่ แล้วค่อยปรับลดระดับไฟเหลือ 180C ไฟบนล่าง อบต่ออีก 10 นาที
ลักษณะเค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต
      เนื้อเค้กที่ได้จะมีความนุ่มขึ้นกว่าสูตร เค้กกล้วยหอมสูตรโยเกิร์ต โดยความนุ่มเกิดจากการตีไข่กับน้ำตาลให้ขึ้นฟูเป็นครีมนวล แต่เค้กที่ได้เมื่ออบสุกแล้วหน้าจะไม่ปูดเท่า เค้กกล้วยหอมสูตรโยเกิร์ต

ติดตามเรื่องราวในห้องครัว Ms.andMrs.Brown
https://www.facebook.com/msandmrsbrown
https://www.youtube.com/c/msandmrsbrowncooking

Preserved Pineapple

สับปะรดกวน          ด้วยที่ติ๊กอยากจะทำพายสับปะรด ก็เลยจะทำสับปะรดกวนเองเสียหน่อย เพราะไม่ได้ทำยาก แต่จะเสียเวลามากกว่า ติ๊กใช้เวลาพอคว...